top of page
  • รูปภาพนักเขียนDatarich Matters

ความแตกต่างระหว่าง ETL และ ELT




ETL  และ ELT ทั้งสองเป็นกระบวนการรวบรวมข้อมูล (Extract) แปลงข้อมูล (Transform) และโหลดข้อมูล (Load) ลงในคลังข้อมูล (Data warehouse) หรือระบบการวิเคราะห์ข้อมูล (Data analytics system) ทั้งสองกระบวนการมีเป้าหมายเดียวกันคือ เพื่อให้ข้อมูลมีความพร้อมใช้งานสำหรับการวิเคราะห์และรายงาน แต่มีความแตกต่างที่สำคัญบางประการซึ่งจะกล่าวในรายละเอียดถัดไป


ETL ย่อมากจากคำว่า Extract-Transform-Load เป็นกระบวนการย้ายข้อมูล หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของระบบ Data warehouse ซึ่งมีดำเนินการตามลำดับดังนี้

  1. Extract คือการดึงข้อมูลออกจากแหล่งข้อมูลต้นทาง จากแหล่งเดียวหรือหลายแหล่งก็ได้ ซึ่งอาจเป็นฐานข้อมูล ระบบไฟล์ ซอฟแวร์ CRM หรือแหล่งข้อมูลอื่นๆ

  2. Transform คือการแปลงโครงสร้างของข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของคลังข้อมูลหรือระบบการวิเคราะห์ข้อมูล ขั้นตอนนี้อาจรวมถึงการทำความสะอาดข้อมูล การรวมข้อมูล หรือการปรับปรุงข้อมูล

  3. Load คือการโหลดข้อมูลลงในคลังข้อมูลหรือระบบการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น คลังข้อมูล หรือฐานข้อมูล


ในขณะที่ ELT ย่อมากจากคำว่า Extract-Load-Transform เป็นกระบวนการที่พัฒนาเพื่อทำการเก็บข้อมูลไปไว้ที่ปลายทางก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของข้อมูล จึงมีการสลับลำดับขั้นตอนดังนี้

  1. Extract คือการดุงข้อมูลออกจากแหล่งข้อมูลต้นทาง

  2. Load คือการโหลดข้อมูลลงในคลังข้อมูลหรือระบบการวิเคราะห์ข้อมูล ข้อมูลจะยังคงอยู่ในรูปแบบข้อมูลดิบ

  3. Transform เป็นการแปลงข้อมูลในภายหลังตามต้องการ


สรุปความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง ETL และ ELT คือลำดับของขั้นตอน Transform และ Load

  • ETL จะแปลงข้อมูลก่อนที่จะโหลดไปยังเป้าหมาย

  • ELT จะโหลดข้อมูลไปยังเป้าหมายก่อน แล้วจึงแปลงข้อมูลในภายหลัง


ข้อดีและข้อเสียของ ETL

ข้อดี

  • ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลจะได้รับการแปลงอย่างถูกต้องก่อนที่จะโหลดลงในคลังข้อมูล

  • ช่วยให้ควบคุมกระบวนการแปลงได้ง่ายขึ้น

  • ช่วยลดความเสี่ยงที่ข้อมูลจะสูญหาย หรือเสียหาย

ข้อเสีย

  • อาจใช้เวลานานในการแปลงข้อมูลขนาดใหญ่

  • อาจต้องใช้ทรัพยากรในการประมวลผลจำนวนมากเพื่อแปลงข้อมูล

  • ต้นทุนสูง เนื่องจากใช้ระบบ Data warehouse ที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง


ข้อดีและข้อเสียของ ELT

ข้อดี

  • ช่วยให้โหลดข้อมูลได้เร็วขึ้น

  • ช่วยลดการใช้ทรัพยากรในการประมวลผล

  • ช่วยให้นักวิเคราะห์สามารถแปลงข้อมูลได้ตามความต้องการ

  • ช่วยลดต้นทุนในการใช้ Data storage

ข้อเสีย

  • อาจมีความเสี่ยงของข้อมูลที่จะสูญหายหรือเสียหาย หากมีการแปลงข้อมูลไม่ถูกต้อง

  • ควบคุมกระบวนการแปลงข้อมูลได้ยากขึ้น


แล้วกระบวนการใดที่เหมาะสมกว่ากัน?

การเลือกกระบวนการที่เหมาะสมกว่านั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ รวมถึงประเภทของข้อมูล ปริมาณข้อมูล ความต้องการทางธุรกิจ และความสามารถด้านเทคโนโลยี โดยทั่วไปแล้ว ETL เหมาะสำหรับข้อมูลที่มีโครงสร้างและปริมาณปานกลางถึงมาก ในขณะที่ ELT เหมาะสำหรับข้อมูลที่มีโครงสร้างหรือไร้โครงสร้างและปริมาณมาก

ในอดีต ETL เป็นกระบวนการมาตรฐานในการรวบรวมข้อมูล แต่ในปัจจุบัน ELT ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีที่ดีขึ้นช่วยให้สามารถโหลดข้อมูลขนาดใหญ่ได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดู 15 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page