top of page
  • รูปภาพนักเขียนDatarich Matters

8 สิ่งที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการจัดการข้อมูล Data Management



1. ข้อมูลไม่เยอะ ไม่ต้องทำ Data Management

การทำโครงการ Data Management ไม่ได้มีข้อจำกัดด้านข้อมูล ซึ่งสาเหตุหลักที่ต้องมีโครงการจัดการข้อมูล เพราะข้อมูลมีความกระจัดกระจาย และมีการใช้ข้อมูลมากกว่า 1 แหล่ง ดังนั้นข้อมูลจะเยอะหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สำคัญที่ว่า องค์กรจะต้องทราบว่ามีข้อมูลจัดเก็บที่ใด ข้อมูลแต่ละชุดมีโครงสร้างเป็นอย่างไร และสถานะของข้อมูลมีความพร้อมในการนำไปใช้งานหรือไม่


2. การปรับปรุงคุณภาพข้อมูล เป็นหน้าที่ของฝ่าย IT เท่านั้น

เนื่องจากฝ่าย IT ไม่ใช่เจ้าของข้อมูล และไม่ใช่ฝ่ายที่ต้องการใช้ข้อมูล อย่างไรก็ตามฝ่าย IT สามารถช่วยคัดกรองข้อมูลได้ เช่น ตรวจสอบความซ้ำซ้อน ตรวจสอบข้อมูลตกหล่น เป็นต้น ดังนั้นการปรับปรุงคุณภาพของข้อมูลที่ต้องลงในรายละเอียด ต้องได้รับการเสนอความต้องการจากเจ้าของข้อมูล


3. ใช้ระบบ ERP ก็เพียงพอ

ERP ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น Data Hub หรือเก็บข้อมูลนอกเหนือจากที่ได้ออกแบบไว้ในตัวระบบ ทำให้มีข้อมูลบางส่วนถูกเก็บอยู่นอกระบบ หากต้องการให้องค์กรเป็น Data-Driven Organization อย่างแท้จริง ต้องให้ความสำคัญกับข้อมูลที่มีมากกว่า 1 แหล่ง


4. การทำ Data Management คือการสร้าง Data Warehouse

Data Warehouse ถูกออกแบบมาเพื่อเก็บข้อมูลที่มีโครงสร้างชัดเจน และมีเป้าหมายชัดเจนในการใช้งานข้อมูลนั้น ดังนั้นข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างและยังไม่มีวัตถุประสงค์การใช้งานจึงยังไม่สามารถจัดเก็บใน Data Warehouse โดยอาจพิจารณาเก็บข้อมูลใน Data Lake ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บน้อยกว่า แต่ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Data Lakehouse คือเทคโนโลยีที่นำข้อดีของ Data Lake และ Data Warehouse มารวมกัน ทำให้สามารถจัดเก็บข้อมูลได้ทั้ง Structured data, Semi-structured data, Unstructured data ทำให้การติดตั้งและการใช้งานข้อมูลสะดวกมากขึ้น แต่การออกแบบระบบต้องมีการทำความเข้าใจและวางขอบเขตข้อมูลแต่ละส่วน โดยการจัดเก็บข้อมูลจะไม่มีการแยกส่วนกันเหมือน Data Lake และ Data Warehouse ดังนั้นต้นทุนค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บจะสูงกว่า


5. การใช้ Cloud ไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อเป็น Cloud ของต่างประเทศ

ประเด็นนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อนขึ้นอยู่กับแต่ละองค์กรในการดูแลข้อมูล แต่หากมองในมุมทฤษฎีพบว่า ระบบใดก็ตามจะมีความมั่นคงปลอดภัย ขึ้นกับ 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ตัวระบบ ที่ต้องมีเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย มีการ Update ระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสามารถรองรับการโจรกรรมในรูปแบบต่างๆ อีกปัจจัยหนึ่งคือ บุคคลากร ที่ต้องให้ความสำคัญและรับผิดชอบดูแลระบบ จากกรณีศึกษาเรื่องภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นได้ชัดว่า มิใช่แค่เรื่องที่ว่าเราใช้ Cloud หรือ On premise เพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงความเป็นปัจจุบันของเทคโนโลยี และการให้ความสำคัญในระหว่างปฏิบัติงานอีกด้วย


6. การพัฒนา BI เป็นหน้าที่ของ IT หรือของฝ่ายธุรกิจแยกส่วนกัน

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้โปรแกรม BI คือ ฝ่ายใดควรเป็นผู้พัฒนา BI ซึ่งคำตอบมีได้หลากหลายขึ้นอยู่กับโจทย์ในการใช้งาน เช่น ใช้เพื่อทำความเข้าใจข้อมูล แต่ไม่ได้ต้องการทำ Dashboard เพื่อนำเสนอผู้บริหาร ที่เป็นหน้าที่ของ Data Scientist หรือ Data Analyst

แต่การใช้ BI เพื่อเป็นการรายงานประจำวัน โดยมีการ Update ข้อมูลจากฐานข้อมูลอัตโนมัติ การพัฒนา BI จะเป็นหน้าที่ของ BI Developer หรือ Data Analyst ฝ่ายธุรกิจที่เข้าใจโจทย์ และเข้าใจแนวทางการนำเสนอข้อมูล โดยอาจมีฝ่าย IT คอยให้การสนับสนุนการเตรียมข้อมูล เป็นต้น

ประโยชน์ของ BI ต่างจากการใช้ Microsoft Excel คือความสามารถในการรองรับข้อมูลขนาดใหญ่ และเชื่อมโยงกับ Dashboard ทำให้ Dashboard สามารถ Update ข้อมูลทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ดังนั้นในกรณีที่ต้องการแสดงผลข้อมูลในรูปแบบดังกล่าว ควรมีการพัฒนา BI ให้สามารถเรียกข้อมูลได้จาก Database ตรงนี้เองที่ฝ่าย IT จะเป็นผู้มีหน้าที่จัดเตรียมข้อมูลให้ ทั้งหมดนี้ในขั้นตอนการพัฒนา BI ควรมีการหารือร่วมกันระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งในฝ่ายธุรกิจและฝ่าย IT


7. จะทำข้อมูลขนาดใหญ่ Big Data ต้องใช้ Hadoop

Hadoop คือระบบที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ Big Data เฉพาะระบบ On Premise แต่ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ๆที่สามารถรองรับข้อมูลขนาดใหญ่ ที่มีโครงสร้างหลากหลายได้มากขึ้น โดยเฉพาะในระบบ Cloud ดังนั้นองค์กรต่างๆจึงมีทางเลือกมากขึ้น และไม่จำเป็นต้องใช้ Hadoop เสมอไป ทั้งนี้แต่ละองค์กรควรมีการวางนโยบายให้ชัดเจนในเรื่องการลงทุนด้านเทคโนโลยี เพราะการติดตั้งระบบต่างๆมีค่าใช้จ่าย ทั้งด้านเงินลงทุน และด้านเวลาในการดำเนินโครงการ


8. ฝ่าย IT ต้องสามารถทำ Data Hub ได้

ในความเป็นจริงฝ่าย IT จะทำ Data Hub ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับทักษะของทีม หากมีความเชี่ยวชาญเฉพาะเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง หรือคุ้นเคยกับเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่ง โดยไม่สามารถปรับเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีอื่นได้นั้น เป็นความเสี่ยงขององค์กร เพราะหากเทคโนโลยีนั้นไม่รองรับรูปแบบข้อมูลที่องค์กรต้องการนำเข้ามาใหม่ได้ อาจหมายถึงโอกาสที่เสียไปขององค์กร


ที่มา: หนังสือ Road to Data-Driven Organizations ผู้เขียน ดร.อสมา กุลวานิชไชยนันท์


__________________________________________________________________________________

สนใจปรึกษาด้านการจัดการข้อมูล

Contact

Tel. 088-2691590, 062-9429549

Email: sales@datarichmatters.org



#datamanagement #datascience #dataanalytics #dataengineer #การจัดการข้อมูล #การวิเคราะห์ข้อมูล

ดู 15 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Commentaires


bottom of page