top of page
  • รูปภาพนักเขียนDatarich Matters

Data Monetization การหารายได้จากข้อมูลคืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร?



ข้อมูลคือขุมทรัพย์ หรือ Data is the new oil. เป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริงในปัจจุบัน หากองค์กรใดสามารถทำให้ข้อมูลมีมูลค่า นำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือใหญ่ ตั้งมานานแล้วหรือเพิ่งก่อตั้งใหม่ ก็สามารถตั้งเป้าหมายในการหารายได้จากข้อมูลหรือที่เรียกกันว่า Data Monetization

Data Monetization คืออะไร?

คือการหารายได้จากข้อมูลที่องค์กรมีอยู่ หรือจากข้อมูลใหม่ที่องค์กรสร้างขึ้น โดยสามารถทำได้หลายวิธีดังนี้

  • Data Leveraging การใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์หรือบริการขององค์กรเอง โดยใช้ข้อมูลเพื่อนำไปปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด ตัวอย่างเช่น การใช้ข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้าเพื่อแนะนำสินค้าที่เกี่ยวข้องให้แก่ลูกค้า

  • Data Selling การขายข้อมูลให้แก่ผู้อื่น โดยอาจเป็นข้อมูลดิบ ข้อมูลเชิงพฤติกรรม ข้อมูลเชิงลึก ตัวอย่างการขายข้อมูล เช่น การขายข้อมูลเชิงพฤติกรรมให้แก่บริษัทโฆษณาหรือบริษัทค้าปลีก

  • Data Rental การให้เช่าข้อมูล เป็นการอนุญาตให้ผู้อื่นใช้ข้อมูลของตน ตัวอย่างเช่น การให้เช่าข้อมูลการจราจรให้แก่บริษัทขนส่ง การให้เช่าข้อมูลสภาพอากาศให้แก่บริษัทเกษตรกรรม



ในยุคที่ข้อมูลกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่ามากขึ้น องค์กรต่างๆจึงให้ความสำคัญกับ Data Monetization มากขึ้น มีรายงานจาก Research and Markets พบว่าหลายองค์กรพยายามสร้างโอกาสใหม่ให้ตัวเองด้วยการทำ Data Monetization ด้วยเหตุผลดังนี้

1.เพื่อสร้างการเติบโตขององค์กร

2.เพื่อเพิ่มช่องทางการหารายได้ขององค์กร

3.เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีขององค์กร

4.เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการทางธุรกิจขององค์กร



ขั้นตอนการทำ Data Monetization


1.กำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ 

ขั้นตอนแรกคือการกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ของ Data Monetization โดยองค์กรต้องพิจารณาว่าต้องการบรรลุเป้าหมายอะไรจากการทำ Data Monetization เช่น ต้องการเพิ่มรายได้ ต้องการสร้างโอกาสใหม่ๆทางธุรกิจ ต้องการปรับปรุงการตัดสินใจ หรือต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน จากนั้นจึงกำหนดกลยุทธ์ที่ชัดเจนและเหมาะสมในการบรรลุเป้าหมายนั้น


2.รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล 

ขั้นตอนต่อมาคือการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล โดยองค์กรต้องรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาวิเคราะห์ถึงความพร้อมของข้อมูล เพื่อหาข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น ข้อมูลพฤติกรรม ข้อมูลทางการตลาด ข้อมูลทางการเงิน เป็นต้น จากนั้นจึงใช้กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้


3.ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล 

การทำ Data Monetization หรือการหารายได้จากข้อมูลนั้นจำเป็นต้องใช้ข้อมูลที่มาความน่าเชื่อถือ จึงต้องมีกระบวนการตรวจสอบความถูกต้อง ความสมบูรณ์และมีความพร้อมใช้งาน


4.เลือกรูปแบบการหารายได้ 

เป็นการเลือกรูปแบบการหารายได้จากข้อมูล โดยองค์กรสามารถเลือกรูปแบบการหารายได้ได้หลายวิธี เช่น การขายข้อมูล การให้เช่าข้อมูล การใช้ประโยชน์จากข้อมูล เป็นต้น โดยแต่ละรูปแบบมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน องค์กรจึงควรเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับเป้าหมายและกลยุทธ์ขององค์กร


5.การกำหนดนโยบายและข้อบังคับ 

องค์กรต้องกำหนดนโยบายและข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและจริยธรรม


6.บริหารจัดการข้อมูล 

องค์กรต้องบริหารข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้อง ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และเข้าถึงได้สะดวก



ตัวอย่างของ Data Monetization ในประเทศไทย

  • บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ขายข้อมูลพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์ การโทรออก การรับสาย และข้อมูลการใช้อินเทอร์เน็ตให้แก่บริษัทโฆษณา ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ไม่ระบุตัวตนของผู้ใช้งาน จึงไม่ผิดหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทโฆษณานำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณา และนำเสนอโปรโมชั่นที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย

  • บริษัทค้าปลึก ขายข้อมูลประวัติการซื้อของลูกค้าให้แก่บริษัทผู้ผลิตสินค้า บริษัทผู้ผลิตสินค้าจะนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และแนะนำสินค้าที่เกี่ยวข้องให้แก่ลูกค้า

  • บริษัทประกันภัย วิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการขับรถของลูกค้าเพื่อกำหนดเบี้ยประกันภัยและออกโปรโมชั่นที่เหมาะสม



จะเห็นได้ว่าปัจจุบัน Data Monetization เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับองค์กรต่างๆ ในยุคดิจิทัล เพื่อเพิ่มรายได้และสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ อย่างไรก็ตามองค์กรที่มีกลยุทธ์ด้าน Data Monetization ต้องเป็นองค์กรที่เป็น Data-Driven Organization เพราะถ้าองค์กรยังไม่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลก็จะไม่สามารถวิเคราะห์หาข้อมูลเชิงลึกและไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้


ดู 8 ครั้ง0 ความคิดเห็น

ความคิดเห็น


bottom of page